ศิลปะไบแซนไทน์ จุดกึ่งกลางระหว่างงานศิลปะตะวันออก และตะวันตก

ศิลปะไบแซนไทน์ จุดกึ่งกลางระหว่างงานศิลปะตะวันออก และตะวันตก

ศิลปะไบแซนไทน์ ความลงตัวของการผสมผสานระหว่าง 2 ภูมิภาค

ศิลปกรรมไบแซนไทน์ คืองานศิลปะที่เป็นส่วนผสมระหว่างความงดงามของ 2 ภูมิภาค ซึ่งได้รับการสืบทอด และเป็นแรงบันใจ รวมถึงต้นแบบของการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ในปัจจุบันอย่างสูง

ทำความรู้จักกับศิลปกรรมไบแซนไทน์ ความงดงามที่น่าหลงใหลในยุโรปยุคกลาง

สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์คือ ศิลปะยุคกลาง ที่มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์ แต่ก่อนที่อื่นเราต้องทำความรู้จักกันก่อนว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร

“ไบแซนไทน์” คือชื่อที่มีที่มาจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ ที่มีความรุ่งเรื่องอย่างมากในช่วง ค.ศ. 527-565 มีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “อิสตันบูล” ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกีในปัจจุบัน

ศิลปะ ไบแซนไทน์ นับว่าเป็นงาน ศิลปะยุคกลางที่มีความสัมพันธ์กับเรื่องของศาสนา และยังเป็นจุดกึ่งกลางของการหลอมรวมกันระหว่างศิลปะของตะวันออก และตะวันตก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากที่ตั้งของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างยุโรป และเอเชีย

ลักษณะทั่วไปของศิลปะไบแซนไทน์ คือชิ้นงานที่มีลักษณะสูงใหญ่ มีความแข็งแกร่ง และมีการประดับให้สวยงามด้วยการใช้วัสดุต่างๆ ศิลปะไบแซนไทน์ถือเป็นรูปแบบของศิลปะที่มีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สถาปัตยกรรม, งานจิตรกรรม และงานประติมากรรม

ศิลปะไบแซนไทน์

สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ ภายนอกเรียบง่าย แต่ภายในงดงาม

สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดใหญ่ ในลักษณะหลังคายาว มีความโค้ง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “โดม” ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่ และยาว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำผนังด้านข้างให้มีความหน้าเป็นพิเศษ จึงจะสามารถรับน้ำหนักของหลังคาได้ โดยทั่วไปมีการสร้างเป็น 2 รูปแบบ คือรูปแบบโดมยาว และโดมในลักษณะวงกลม

โดยที่ผนังภายนอกของโดมจะเป็นกำแพงหนาที่ไม่ได้มีการตกแต่งให้งดงามมากนัก ส่วนมากจะมีลักษณะเรียบ และมีความหนา ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง ส่วนมากมักเป็นโบสถ์ที่ใช้พิธีการที่สำคัญต่างๆ โดยที่จุดกึ่งกลางของโบสถ์นั้น มักจะมีรูปปั้นหรือพระประธานขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง

สำหรับสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะไบแซนไทน์ก็มีอยู่ดังต่อไปนี้ มหาวิหารซานมาร์โค, มหาวิหารแซงต์ฟรงต์แห่งเพริกูซ์, สุเหร่าฮาเยียโซเฟีย หรือมหาวิหารแซงต์ฟรงต์แห่งเพริกูซ์ เป็นต้น

ศิลปะไบแซนไทน์

จิตรกรรมไบแซนไทน์ การรังสรรค์ผลงานที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา

สำหรับงานจิตรกรรมไบแซนไทน์ คืองาน ศิลปะ ที่จัดทำบนกำแพงปูน รวมถึงแผงไม้ รวมถึงรูปภาพที่อยู่ในหนังสือ ซึ่งเป็นการวาดด้วยสีฝุ่น ขี้ผึ้งร้อน และปูนเปียกอย่างแห้ง หรือที่เรียกกันว่า “โมเสอิค (MOSAIC)” ส่วนมากจะเป็นจิตรกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ซึ่งแสดงออกในลักษณะของคนที่กำลังสวดภาวนา และการทำให้เห็นที่มาของพระคัมภีร์เก่า และใหม่ ในช่วงแรกนั้น ทำมาจากหนังของสัตว์ สะท้อนให้เห็นความงดงามที่อยู่คู่กับธรรมชาติ และเป็นเรื่องราวของคริสต์ศาสนา รวมถึงประวัติของพระเยซู

ประติมากรรมไบแซนไทน์ การตกแต่งอาคารด้วยความเชื่อทางศาสนา

ถือว่าเป็นงานศิลปะไบแซนไทน์ ที่ถูกลดบทบาทลง จากการที่มีการบทบัญญัติในพระคัมภีร์ในเรื่องของการรูปเคารพ  หรือการบูชาประติมากรรมต่างๆ ทำให้มีเพียงแค่มีประติมากรรมขนาดเล็กเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักจากวัสดุต่างๆ ปูน เพชร หิน โลหะ งาช้าง หรือไม้ ส่วนมากมักจะมีการแกะสลัก หรือการทำรูปปั้นของนักบุญที่มีความสำคัญ ซึ่งนำไปประดับตามเสา หรือตามโบสถ์ต่างๆ ทั้งในพื้นที่ร่ม และพื้นที่โล่งแจ้ง

ศิลปกรรมไบแซนไทน์องค์ความรู้ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ศิลปะไบแซนไทน์เป็นศิลปะยุคกลาง ที่ล้ำค่าแก่การศึกษาของคนรุ่นหลังเป็นอย่างมาก จากการที่ทำให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสความงดงามของงานศิลปะ ที่มีส่วนผสมของชนชาติตะวันออก (เอเชีย) และ ตะวันตก (ยุโรป) รวมทั้งในเรื่องของกฎหมาย ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะต่างๆ ให้น่าจดจำ และเพื่อพัฒนาโลกใบนี้ให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ landartnet